นิมิตของผู้สร้าง: เดิมทีวัดแจ้งบางคล้ามีองค์ท้าวเวสสุวรรณองค์เดิมอยู่แล้ว แต่ต่อมาได้มีผู้มีจิตศรัทธาฝันเห็นท้าวเวสสุวรรณมาปรากฏกายในนิมิต โดยในฝันท่านบอกกล่าวว่า “ให้สร้างองค์ท่านขึ้นมาใหม่ โดยให้มี 3 ขา และให้ยืนเหยียบหีบสมบัติ” เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเฝ้าขุมทรัพย์และประทานความมั่นคง
ความหมายทางคติความเชื่อ
ขาที่ 1 และขาที่ 2: หมายถึง ขาที่ยืนหยัดปกป้องคุ้มครองโลกมนุษย์ตามทำเนียบท้าวจตุโลกบาล
ขาที่ 3 (ขาที่เพิ่มขึ้นมา): หมายถึง "ขาค้ำยันดวงชะตา" เป็นขาแห่งความมั่นคง ค้ำจุนไม่ให้ชีวิตตกต่ำ และทำหน้าที่เรียกโชคลาภเงินทองบารมีให้โชคระหว่างสร้าง: ในระหว่างที่ช่างกำลังปั้นและก่อสร้างองค์ท่านอยู่นั้น มีชาวบ้านและผู้ศรัทธามาตั้งจิตอธิษฐานขอพร ปรากฏว่า ถูกรางวัลใหญ่ก้อนโต จึงได้นำเงินรางวัลนั้นมาร่วมสมทบทุนสร้างองค์ปู่จนเสร็จสมบูรณ์ ทำให้ความเลื่องลือเรื่องความศักดิ์สิทธิ์กระจายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว
ลักษณะทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม
ศิลปะไทยผสมจีน : เป็นโบสถ์ก่ออิฐถือปูนที่มีการสอดแทรกศิลปะแบบจีนอย่างลงตัว หลังคามีสีแดงตัดขอบสีขาว หน้าบันส่วนบนประดับปูนปั้น "รูปพระนารายณ์ทรงครุฑ" รายล้อมด้วยลวดลายกนกเครือเถาที่ละเอียดอ่อนดั่งศิลปะจีน
งานช่างสิบหมู่ : ตัวโบสถ์ได้รับการออกแบบและก่อสร้างอย่างประณีตโดยช่างฝีมือหลวง (ช่างสิบหมู่) ในยุคนั้น ทำให้โครงสร้างและลวดลายมีความอ่อนช้อย ทรงคุณค่าทางศิลปะเป็นอย่างมาก
ตุ๊กตาปูนปั้นรอบอุโบสถ (ปริศนาธรรมและวรรณคดี)
รูปปั้นยักษ์และทหารจีน : บริเวณซุ้มประตูและหน้าต่าง รวมถึงรอบๆ ตัวโบสถ์ จะมีรูปปั้นยักษ์แบก และรูปปั้นตุ๊กตาทหารจีนคอยปกปักรักษาโบสถ์ตามความเชื่อ
ตัวละครวรรณคดีไทย : มีการจำลองรูปปั้นจากวรรณคดีเรื่อง "สังข์ทอง" ตั้งอยู่รอบโบสถ์ เช่น รูปปั้นเจ้าเงาะป่า และนางรจนา ซึ่งสะท้อนถึงรสนิยมและการสอดแทรกเรื่องราวพื้นบ้านในงานสถาปัตยกรรมยุคก่อน
ภายในพระอุโบสถ
พระพุทธชินราชจำลอง : ด้านในเป็นที่ประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่ ซึ่งเป็นพระพุทธชินราชจำลอง เนื้อทองเหลืองอร่าม มีความศักดิ์สิทธิ์และงดงามมาก ผนังด้านหลังองค์พระประธานเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังลายพุ่มข้าวบิณฑ์
ความสงบร่มเย็น : ภายในโบสถ์เปิดให้ประชาชนเข้าไปกราบสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยอากาศด้านในจะเย็นสบายและเงียบสงบ เหมาะแก่การทำสมาธิ
เป็นตลาดน้ำที่เทศบาลตำบลบางคล้าจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2550 ตามแนวคิดและนโยบายของคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลบางคล้าภายใต้การนำของนายศุภชัย วีระสมบัติ นายกเทศมนตรีตำบลบางคล้า ในการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจ ของท้องถิ่น มีสถานที่ตั้งอยู่ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง หน้าที่ว่าการอำเภอบางคล้า โดยอาศัยโป๊ะเทียบเรือและสะพานปรับระดับของเทศบาลเป็นสถานที่จอดเรือสำหรับจำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง พืชผลทางการเกษตร ตามฤดูกาล สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ของเกษตรกรและผู้ประกอบการค้าขายที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเปิดให้บริการเฉพาะ วันเสาร์ วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.00 น. สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้โดยทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสารประจำทางสายบางคล้า - ฉะเชิงเทรา ระยะเวลาเดินทางจากจังหวัดฉะเชิงเทราถึงตลาดน้ำบางคล้าประมาณ 20 นาที และห่างจากกรุงเทพมหานครฯ 92 กิโลเมตร
ลักษณะเด่น : ตลาดน้ำ, แหล่งจำหน่ายอาหารและของที่ระลึก, มีจุดถ่ายภาพกับบ้านเรือนเก่าแก่